Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

   
Beauty Trip
 
ทำความรู้จัก “สิวผด” อริหน้าร้อน เดี๋ยวเช้าผลุบ บ่ายโผล่!
 
 

คงไม่มีใบหน้าใครในโลกนี้ไม่เคยสัมผัสกับสิว ยิ่งเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์สิวเริ่มเบ่งบานประดุจดอกไม้ ทว่าจะมีใครหนออยากนำมาประดับไว้บนหน้า มันลดทอนความมั่นใจแก่ผู้หญิงอย่างเราเหลือเกิน

 

แถมช่วงนี้แดดจัด ร้อนชุ่มเหงื่อ ไหนจะเจ้าสิวอักเสบหัวปูดหัวหนองอีกล่ะ ยังจะมาช้ำหนักด้วยสิวผด เข้าไปอีก อู้ย..เอาเข้าไป แค่นี้หน้าก็เน่าแล้วจ้า

แต่เชื่อซิ …มีหลายคนสับสนปนฉงนว่า ไอ้สิวที่มันอยู่บนหน้าเนี่ยมันเป็นสิวประเภทไหนกันแน่ เพราะสิวนั้นมีหลายประเภท ทั้งสิวอุดตัน สิวอักเสบแบบทั้งอวดหนอง ซ่อนหนอง และสิวสไตล์ลึกลับซ่อนเร้น เดี๋ยวผลุบ เดี๋ยวโผล่ เพราะหลังจากตื่นนอนตอนเช้าลุกขึ้นมาส่องกระจกหน้ายังใสปิ๊งกิ๊กอยู่เลย พอตกบ่ายส่องกระจกอีกรอบ โอ้ว..วัยรุ่นเซ็ง! ผดเม็ดเล็กๆ ขึ้นถี่ยิบเต็มหนังหน้า แบบไม่ทิ้งช่องไฟไว้ให้ชั้นเล้ยย ยิ่งช่วง T-Zone นี่แหล่งรวมญาติเค้าเลยแหล่ะ

เรื่องจิ๊บแต่กวนสวยช่วงหน้าร้อนแบบนี้ เราจึงต้องรีบแบกหน้าที่เต็มไปด้วยสิวผดฝ่าแดดไปถามคุณหมอผิวหนังให้ไว!

“สิวผด หรือสิวเทียม (Acne Aestivale) บางคนเรียกว่าสิวหิน เป็นเนื้องอกของต่อมเหงื่อ (Syringoma) จะเห็นเป็นตุ่มเล็กๆ จัดว่าเป็นผดที่อยู่บนผิวหน้า พวกนี้เวลาตากแดดร้อนๆ ตุ่มจะชัดเจนขึ้น มีลักษณะแข็ง เพราะเป็นต่อมเหงื่อที่ไม่มีรูอยู่ใต้ผิวหนัง

ส่วนใหญ่จะเกิดบริเวณรอบตา เพราะต่อมเหงื่อจะเยอะ หรือเรียกว่าผดร้อน เช่น เหงื่อออกแล้วออกไม่หมด จึงทำให้ต่อมเหงื่อตัน ทำให้เกิดสิวผด แข็งๆ เม็ดเล็กๆ ” ผศ.พญ.สุวิรากร โอภาสวงศ์ ประธานฝ่ายประชาสัมพันธ์สมาคมแพทย์ผิวหนัง บอกแหล่งที่มาของสิวผด

“ผดของแท้จะเป็นเม็ดใสๆ เล็กๆ พออักเสบมันจะแดงขึ้นมา มีหนองขึ้นมาได้ เหมือนเวลาเด็กเล็กๆ เป็นผดนั่นเอง หรือผดที่เกิดจากเวลาไปตากแดด อันนี้เรียกว่า ตุ่มแพ้แสง (Acne-Estivalis) หน้าจะเห่อแดงเมื่อเจอแสงแดด

ปัจจัยที่เกิดสิวผดคือ มาจากแสงแดดอันดับหนึ่งเลย ซึ่งเป็นตัวกระตุ้น เหมือนเป็นโรควัยต่อแสง ซึ่งขึ้นอยู่กับบุคคลคนด้วย ไม่ได้เป็นกันทุกคน

สิวจริงๆ ไม่ได้เกิดจากความสกปรก แต่แบคทีเรียเป็นตัวแทรกซ้อน คือ เริ่มต้นของสิวเลย ต้องมีต่อมไขมันออกมาเยอะ จากนั้นออกไม่ได้ แบคทีเรียจึงเติบโตขึ้น ซึ่งแบคทีเรียตัวนี้จะเรียกว่า P.Acne (Propionibacterium acne) พอ P.Acne เยอะก็จะกระตุ้นให้อักเสบจึงเกิดเป็นผดแดง ตุ่มหนองขึ้นมา พอตัวแบคทีเรียมาโดนแผล จะทำให้เกิดการอักเสบมาก

จากนั้นแสงแดดดันไปกระตุ้นให้เกิดการอักเสบขึ้นมาอีก ดังนั้นจึงจำเป็นต้องใช้ครีมกันแดด ส่วนในรายที่เป็นผดเยอะๆ หมอจะให้ยาเหมือนคนเป็นสิวทั่วไป แต่ต้องเพิ่มกันแดดเป็นพิเศษ SPF 30 ขึ้น และ ต้องเลือกแบบปราศจากน้ำมัน (Oil -Free) ด้วย

การหลีกเลี่ยงสิวผดนั้น หมอแนะนำว่า อย่าไปตากแดดเวลาแดดจัดๆ ถ้าร้อนให้ล้างหน้า แต่บางคนหน้าไวต่อน้ำทำให้เกิดผดผื่นได้ เช่น แพ้น้ำประปา หมอก็จะแนะนำให้ใช้น้ำดื่มล้างหน้า แต่ไม่ใช่ทุกคน

หมอจะไม่ให้ยาสำหรับคนเป็นผิวผดถ้าไม่มีการอักเสบ แต่หากหน้าเห่อมาก เช่น ในรายที่แพ้เครื่องสำอาง จะให้ทาพวกยาสเตียรอยด์ (Steroid) แต่ต้องให้ในปริมาณน้อยๆและในระยะเวลาอันสั้น หมออยากให้ใช้สเตียรอยด์น้อยที่สุด เพราะพอใช้ไปในปริมาณมาก และเป็นเวลานาน สเตียรอยด์จะทำให้เกิดผลข้างเคียงเยอะ คือ ทำให้หลอดเลือดขยาย หน้าจะแดง แพ้ง่าย ผิวจะบางลง

ลองสังเกตดูก็ได้ใช้ยาสเตียรอยด์ในช่วงแรกๆหน้าจะขาวใสไร้สิว มักใช้ผสมในครีมรักษาฝ้า แต่พอใช้ไปนานๆ จะเกิดการติดยาสเตียรอยด์ หากไม่ใช้สิวก็จะเห่อขึ้นเต็มหน้า รักษายาก เรียกว่า สิวสเตียรอยด์” คุณหมอแนะให้พึงระวังการใช้สเตียรอยด์รักษาสิวผดพร่ำเพรื่อ

ระดมยารักษาสิวผด!

“วิธีรักษาสิวผด สามารถใช้ยาทาในกลุ่ม Benzoyl peroxide และทายากรดวิตามินเอ แต่ข้อเสียของยาทั้งสองชนิดนี้คือ เกิดการระคายเคืองง่าย อาจทำให้หน้าแดงเห่อได้ แต่คนที่ไม่แพ้ก็สามารถใช้ยาสองตัวนี้ได้ซึ่งการทายา Benzoyl peroxide ควรเริ่มทาจากความเข้มข้นต่ำ คือ จาก 2.5%โดยทาทิ้งไว้ประมาณ 5-20 นาที แล้วล้างออก วันละ 1-2 ครั้ง ขึ้นอยู่กับผิวหน้าแต่ละคนด้วย ถ้าไม่มีปัญหาอะไรค่อยเพิ่มความเข้มข้นของยาเป็น 5%

ส่วนยาทากรด ให้เริ่มทายาจากความเข้มข้นต่ำ คือ 0.0125% หรือ 0.025% ก่อน แล้วค่อยๆ เพิ่มความเข้มข้นเป็น 0.05% และต้องทาก่อนนอนเท่านั้น ไม่ควรทาในเวลากลางวันเพราะอาจเกิดอาการแพ้แดดได้ แต่สำหรับคนที่ไม่สามารถใช้ยาประเภท Benzoyl peroxide ให้เลี่ยงไปใช้ยารักษาตัวอื่นที่ไม่ระคายเคือง เช่น ครีมหรือแป้งน้ำรักษาสิวที่มีส่วนผสมของ Resorcinol

ยารักษาสิวผดที่นิยมมี 2 ตัว คือ ครีมที่มีส่วนผสมของ Selenium Sulfide และ Ketoconazole Cream โดยมากนิยมใช้ Selenium Sulfide ทาทิ้งไว้แล้วล้างออก วันละ 2 ครั้ง และทา Ketoconazole Cream ก่อนนอนสำหรับคนที่มีเม็ดสิวผดเป็นจำนวนมาก อาจรับประทาน Ketconazole ร่วมด้วย แต่โดยมากมักไม่จำเป็นถึงขนาดต้องรับประทานยานอกจากการทายารักษาแล้ว ควรหลีกเลี่ยงปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดสิวผดมากขึ้น ได้แก่ ความเครียด นอนดึก และแสงแดด” คุณหมอสุวิรากร ให้ข้อมูลเรื่องยารักษาสิวผด

*ฝากทิปส์หนีสิวผด

-นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ การนอนไม่หลับ และความเครียดเป็นสาเหตุของการเกิดสิว เนื่องจากร่างกายเราอ่อนแอนั่นเอง

-ทานอาหารจำพวกผัก ทำให้สามารถล้างพิษออกจากร่างกายได้ และยังมีวิตามินช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรงอีกด้วย

-ลดการรบกวนต่อผิวหน้าให้น้อยที่สุด เช่น การนวดหน้า, การขัดหน้า, หรือเช็ดถูหน้าบ่อยๆ มือไม้ไม่อยู่สุขชอบจับ แคะ แกะ เกา หรือการบีบสิว

-ล้างหน้าเฉพาะที่จำเป็น หรือบริเวณที่ผิวมัน เพราะการล้างหน้าบ่อยๆ จะทำให้สิวผดรุนแรงมากขึ้นได้

-ลด หรือหลีกเลี่ยง การใช้ครีมหรือยาที่ทำให้ผิวหน้าระคายเคืองมากขึ้น เช่น การใช้ยารักษาสิวประเภท Retinoic Acid, Benzoyel Peroxide AHA, BHA เป็นต้น

-ควรล้างหน้าด้วยน้ำเปล่า, หลีกเลี่ยงการใช้สบู่ และไม่ควรใช้น้ำอุ่นล้างหน้า และควรล้างหน้าไม่เกิน 2-3 ครั้งต่อวัน

-เลี่ยงแสงแดด และใช้ครีมกันแดดทุกครั้งที่ต้องออกนอกบ้าน ควรเลือกกันแดดที่มี SPF 30และมีค่า PA++

-ไม่ควรซื้อยารักษาผดผื่นเอง เพราะมักทำให้เป็นมากขึ้น และยาที่หาซื้อได้จากร้านขายยา มักเป็นสารจำพวกสเตียรอยด์ ซึ่งมีผลข้างเคียงมาก

-ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังที่มีความชำนาญ เพื่อหาสาเหตุ และรักษาอย่างถูกต้อง

ที่มา: หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ